กระแสความแรงของ PlayerUnknow’s BattleGrounds ในช่วงนี้แรงชนิดยากที่จะหยุด จนถึงขนาดที่ Gamescom ได้ให้ Slot สำหรับ PUBG สำหรับงานทัวร์นาเมนต์ของพวกเขา แม้ระบบการแข่งแบบ Offline จะกินทรัพยากรคอมพิวเตอร์ไปเป็น 100 เครื่องก็ไม่อาจห้ามไม่ให้เกิดการแข่งขันนี้ลงได้ แต่เราก็มองเห็นปัญหาในการแข่งขัน PUBG ข้อแรกได้จากตรงนี้ทันที เพราะการแข่งในระบบ Offline โดยทั่วไปแทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ยกเว้นจะเป็นงานทุนหนาแบบ Gamescom นี่แหละครับ เรามาดูกันดีกว่าว่าก่อนที่ PUBG จะมาสู่ซีน Esports อย่างเต็มตัวพวกเขาควรที่จะปรับปรุงและพัฒนาตรงไหนกันบ้าง

สร้างกฏการแข่งที่ครอบคลุมชัดเจน

ในตอนต้น PUBG ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็น Esports โดยตรงมันจึงเกิดช่องโหว่วมากมายเมื่อเกิดการแข่งขันขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่นในการแข่งที่ผ่านมาในโหมด Solo ผู้เล่นต้องเก็บคะแนน 3 รอบเพื่อที่จะนับคะแนนรวม ทำให้ Evermore ที่ได้แต้มมาเยอะในรอบแรกตัดสินใจที่จะเล่นไม่เสี่ยงและยืนอยู่ในซอกหินเพื่อหลบการต่อสู้ เมื่อโซนบีบแคบลงมาจนตัวเขาติดอยู่นอกโซน จากนั้นเขาก็เริ่มกดใช้ Healthpack ต่างๆ เพื่อฟื้นเลือดขึ้นมาให้อยู่ได้นานที่สุดเพื่อเก็บแต้มสูงๆ โดยไม่เสี่ยง ผู้ชมและผู้เล่นบางคนยอมรับกันได้ว่าเป็นแท็คติก แต่ก็เกิดขึ้นเนื่องจากความผิดพลาดของกฏการแข่งขันนั่นแหละครับที่ต้องรัดกุมกว่านี้

ตัดสินใจซะทีจะแข่งแบบมุมมองไหน

มันยากที่จะโฟกัสกับการซ้อมถ้าคุณไม่รู้กฏที่ชัดเจนนเรื่องนี้ เพราะระบบมุมมองแบบบุคคลที่ 1 หรือ FPS กับระบบมุมมองบุคคลที่ 3 หรือ Third Person ต่างกันมาก ในการเล่นแบบมุมมองบุคคลที่ 3 มักมีเทคนิคบางอย่างที่ดูประหลาดๆ เช่น การรออยู่ตรงหัวมุมแล้วใช้ความได้เปรียบจากมุมมองที่กว้างกว่าคอยดักฆ่าคนที่เข้ามา

พัฒนาระบบถ่ายทอดสดกันต่อไป

เราทราบดีว่า PUBG กำลังพยายามอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เราก็เคยพูดไปแล้วเช่นกันว่าพวกเขาไม่ได้วางแผนให้มันเป็น Esports ตั้งแต่แรกมันจึงดูเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากพวกเขาต้องการให้ PUBG เป็น Esports จริงๆ ก็คงต้องเหนื่อยกันตรงจุดนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย อย่างน้อยก็ควรมีระบบ Mini map ที่แสดงรายละเอียดได้ดีกว่านี้ กระดานสถิติต่างๆ ภายในเกม การจับกล้องที่สะดวกกว่านี้