ต้องบอกว่าในช่วงนี้นั้นวงการ Dota2 ในไทยมีรายการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้กับมือใหม่อยู่มากทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ระดับมหาลัย ทัวร์มือใหม่ หรือทัวร์ solo 1vs1 โดยทั่วไปแล้วหลายๆคนอาจจะไม่ได้ให้ความสนใจกับทัวร์ภายในประเทศกันมากเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับทัวร์ระดับสากลที่มีผู้เล่นมากฝีมือ ชื่อดัง ให้ได้รับชมการเล่นของพวกเขากัน

แต่ทว่าการได้รับชมทัวร์ระดับมือใหม่นั้น แม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นการเล่นระดับสูง หรือ teamwork ในระดับเทพ แต่ก็ทำให้เราได้สะท้อนการเล่นในระดับทั่วๆไปครับเหมือนได้ส่องกระจกเห็นตัวเอง มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ มีข้อผิดพลาดมากมาย แต่ก็มีอะไรที่น่าสนใจน่าพูดถึงอยู่เหมือนกันครับ

เรียนรู้จากทัวร์มือใหม่ทำไมต้อง Viper?

สิ่งนึงที่ผมได้เรียนรู้จากการแข่งขันระดับมือใหม่คือการดราฟครับ ดราฟสำคัญมากถ้าในระดับโปร ความสำคัญอาจจะอยู่สัก 60/40 คือ ดราฟ 60% อีก 40% เป็นการเล่นในเกม แต่ถ้าเป็นระดับมือใหม่แล้วผมตีซะว่า 70/30 เลยครับ

ส่วนมากทีมที่ชนะจะเป็นทีมที่ดราฟให้เล่นง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่มีเงื่อนไขเยอะ เน้นชนะกันตั้งแต่เลน

ส่วนทีมที่แพ้มักจะเป็นทีมที่สร้างเงื่อนไขให้กับตัวเองเยอะ เงื่อนไขที่ว่าก็คือเรื่องเลเวล ไอเทมและฝืมือครับ การหยิบตัวที่เล่นยากจนเกินความสามารถของตัวเอง หรือจะต้องรอคอยแต่การฟาร์ม ต้องรอเลทเกม ต้องได้เปรียบ ทำให้มักจะแพ้โดยที่ไม่มีโอกาสได้โต้กลับเลย ส่วนดราฟที่จะได้เห็นกันบ่อยๆเลยตัวนึงในทัวร์ระดับมือใหม่นั่นก็คือ “Viper” ครับ

Viper อาจจะเป็นตัวที่ผู้เล่นระดับสูงเล่นแล้วไม่ค่อยเฉิดฉาย สามารถแก้ทางได้ แต่สำหรับผู้เล่นมือใหม่และผู้เล่นระดับกลางที่ระดับฝีมือพอๆกันแล้ว ยากมากครับที่จะสามารถแก้ทาง Viper ได้ ทำให้ Viper กลายเป็นตัวที่ได้รับความนิยมแล้วมีผลงานที่ดีในทัวร์ระดับมือใหม่ครับ

Basic ความรู้เกี่ยวกับ Viper

Viper เป็น 1 ใน Hero ที่กดดันเลนเก่งที่สุดใน Lane กลางเลยครับ ถือว่าอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเลย (รองลงมาก็จะเป็น Queen of Pain และ Lina) มันเก่งด้วยตัวเอง เล่นง่าย ไม่ต้องใช้ฝืมือสูงมากครับ ถ้าในระดับความสามารถระดับเดียวกันอย่างในเกม MMR ระดับมือใหม่ – ระดับกลาง นี่เรียกได้ว่าแก้ทางยากมากเลยทีเดียวครับ (แต่ในระดับสูงมีจะมี teamwork การแก้เกมที่สูงกว่าเยอะ ทำให้ viper สามารถถูกแก้ทางได้ไม่ยากครับ)

แต่มีข้อเสียใหญ่หลวงคือเดินช้า และเมื่อออกจากช่วงเลนแล้วมันมักจะทำอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ ดังนั้นเลยต้องเน้นเอาชนะให้หนักในเลนแล้วจะสร้างความได้เปรียบในทีมได้อย่างมหาศาลครับ เพราะเลนกลางฝั่งตรงข้ามจะพังยับเยินจนต้องไปฟาร์มซ่อมและไม่สามารถเดินเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพซึ่งตรงนี้จะทำให้ทั้งทีมของเราสบายขึ้นครับ

Poison Attack ตอดศัตรูและ slow

สกิล poke (ตอด) เลนของ Viper ที่ใช้ mana แค่ 20 หน่วย ซึ่งจะมีระยะร่ายสูงกว่า ระยะการโจมตีปกติของมันอยู่ที่ 25 หน่วย อยากกดดันตัว Hero หนักๆให้เน้นสกิลนี้ก่อนครับ

Nethertoxin ยิ่งเลือดน้อยยิ่งโดนเราตีแรง

ถ้าเราเน้นอัพสกิลนี้จะเป็นการเน้นที่ Last Hit ในเลนครับ จะทำให้ศัตรู deny ตัดเราได้ลำบากขึ้นด้วยและทำให้เราเก็บ range creep ตัวตีไกลได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งมีความสำคัญในเรื่องของเลเวล

ที่สำคัญใช้กับป้อมได้ด้วยนะ ทำให้ Viper ถูกนำมาใช้กับ Line up แผนดันบ้างเป็นบางครั้งในฐานะตัวค้ำให้เพื่อนๆในทีมดันได้สะดวกขึ้น

Corrosive Skin ถึกและทนไม้ทนมือ

สกิลที่จะเพิ่มพลังป้องกันเวทย์ให้กับเรา และทำให้ศัตรูที่เข้ามาโจมตีใส่เราติดพิษเดินช้าลงโจมตีช้าลง สกิลนี้ทำให้เราถึกขึ้นและเป็นแนวหน้ายืนค้ำทีมได้มากขึ้น เน้นอัพสกิลนี้เลยถ้าเราโดน gank จากฝั่งตรงข้ามในเลนหรือโดน support เค้าเข้ามากดดันเราเยอะๆ การอัพสกิลนี้่นำจะทำให้ศัตรูของเราฆ่าเราลำบากขึ้น โอกาส gank สำเร็จลดลง ทำให้เรากลายเป็นตัวที่ไม่น่ามา gank อย่างยิ่งหรือจะมาก็ต้องใช้คนเยอะกว่าปกติ

โจมตีใส่เรามาก็เจ็บตัวเองอีก ทำให้ศัตรูในเลนไม่ค่อยอยากจะพยายามตอดมันนัก

Viper Strike สกิลเดียวที่ Rubick จะ copy ได้จาก Viper

สกิล slow อย่างหนัก เป็นสกิลที่มีประโยชน์ใน Teamfight อย่างมาก ใช้ขัดขาพวกตัว DPS ที่ต้องการเข้าถึงตัวของฝ่ายเราอย่าง Lifestealer / Ursa ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลของ slow การเดินหรือความเร็วในการโจมตีจากสกิลนี้ไม่สามารถล้างได้ ส่วนมากสกิลนี้จะไม่ค่อยหวังดาเมจกันเท่าไหร่ ไว้ counter ศัตรูใน teamfight ซะมากกว่า โดยเน้นใช้งานให้ถูกตัวจะทำให้ teamfight ของเราได้เปรียบมากขึ้นครับ

ในการ gank ช่วงต้นหรือกลางเกมก็สามารถใช้เล็งตัวที่ต้องการฆ่าเป็นตัวแรกได้

จุดเด่นของ Viper

  • เก่งและถึกโดยธรรมชาติ
  • มีความสามารถในกดดันเลนที่สูง
  • สามารถ counter พวก melee dps ได้ใน fight
  • ชนะทางอย่างเด็ดขาดกับ Templar Assassin
  • เล่นง่ายไม่ซับซ้อน

จุดอ่อนของ Viper

  • เดินช้าเหลือเกิน ปีกมีไว้ cosplay
  • ไม่โดดเด่นในช่วงท้ายเกม
  • โดยธรรมชาติฟาร์มไม่เก่งเมื่อเทียบกับ mid ตัวอื่นๆ

 

Viper เมื่อเทียบกับ Queen of Pain และ Lina

เนื่องจาก meta ในปัจจุบันนั้นเน้นไปที่ Laning (การเลน) ช่วงต้นเกมเป็นอย่างมาก ฮีโร่ที่จะได้เห็นกันบ่อยๆในการดราฟของทัวร์มือใหม่ก็จะเป็นการแย่ง pick / ban ตัวประเภทกดดันเลนเก่งๆ อย่าง Viper / Queen of Pain และ Lina ครับ อาจจะเป็นที่ว่าในโซน SEA ให้ความสำคัญกับ mid ค่อนข้างมากด้วย ทีมส่วนใหญ่จึงพยายามจะดราฟให้ mid ของตัวเองชนะทางมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Viper -vs- Queen of Pain (QOP) ใน mid lane

Viper เป็นหนึ่งในตัวที่ Queen of Pain กดดันด้วยยากครับแต่ฆ่ากันค่อนข้างยากอยู่ถ้าไม่พลาดจริงๆ ปกติ QOP เป็นตัวกดดันเลนที่เก่งมากด้วยสกิล Shadow Strike

แต่การใช้สกิลนี้ใส่ Viper นั้นเมื่อ Viper มี Corrosive Skin จะกลายเป็นว่าเจ็บตัวซะเอง พิษก็ไม่ค่อยเข้าด้วยเพราะ Viper มีเกราะเวทย์จาก Passive จะโจมตีธรรมดาก็ติดพิษอีก ทำให้ QOP ไม่สามารถดึงจุดเด่นตัวเองในการกดดันเลนออกมาได้อย่างเต็มที่นัก

อีกทั้งตัว QOP เองมีระยะในการโจมตีพอๆกับ Viper ทำให้ทุกการโจมตีเข้าไปเก็บครีปมีโอกาสที่จะโดนสวนจาก Poison Attack

ซึ่งเท่าที่ผมเห็นวิธีรับมือของ pro player เวลาเล่น อย่าง Abed จะไม่อัพสกิล Shadow Strike เลย และจะเน้นแค่ฟาร์มๆประคองไปเฉยๆ หากมีโอกาสกับเพื่อนร่วมทีมก็ใช้สกิลประเภท burst damage ทั้งหลาย (ที่อัพได้มากกว่าปกติเพราะไม่ต้องอัพสกิล Shadow Strike) รีบปิด kill Viper มากกว่าการที่จะพยายาม solo kill เอง

สิ่งที่ QOP พอจะเป็นต่ออยู่บ้างก็คือ move speed ที่เยอะกว่าและมีความสามารถในการหนีที่ดีกว่า แค่ Blink เดียวก็สามารถทำให้รอดตายได้

Viper -vs- Lina ใน mid lane

Lina เป็นหนึ่งในตัวที่สามารถแก้ทาง Viper ได้ครับ แต่ต้องมีลูกเล่นมากกว่าการชนใส่ตรงๆหน่อยครับ

Lina ได้เปรียบ Viper อยู่ 3 จุดใหญ่ๆ ที่ช่วยให้ Lina ชนะ Viper ได้ครับ

1.) ระยะการโจมตีสูงกว่ามาก ทำให้ Lina ไม่เสี่ยงเข้าไปในระยะสกิลของ Viper

2.) ระยะสกิล Dragon Slave นั้นไกลมากสามารถทำให้ Lina กดดัน Viper ได้เรื่อยๆด้วยสกิลนี้ ซึ่งเท่าที่ผมดูการเล่นของผู้เล่นระดับสูงจะนั้น spam สกิลนี้ใส่ viper ครับจนทำให้ viper เสียเปรียบซึ่งถ้าเรากดดัน Viper ได้ช่วงต้นเกม จะเป็นแผลให้กับ Viper ไปยาวๆเลย

3.) Move speed สูงกว่า ถอยเข้าออกได้ไว

เปลี่ยนทัศนคติ!!! Midlane ไม่ใช่เรื่องของ 1vs1 

หลายคนใน MMR ระดับมือใหม่-ระดับกลาง ยังติดภาพว่า midlane เป็นเรื่องของคนสองคน คือ mid เรากับ mid ฝั่งตรงข้าม การที่ปัก ward ให้หรือให้ tango เนี่ยก็เป็นบุญคุณมากแล้วนะ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ทั้งหมดครับเพราะ hero มันมีการชนะทางแพ้ทางกันในทางธรรมชาติอยู่แล้ว อย่างกรณี Viper

Viper นั้นเก่งโดยธรรมชาติครับ นอกจากการแก้ทางด้วยตัว midlane กันเองแล้ว ก็จะมีตัว support ครับที่สามารถมาช่วยแก้ทาง Viper ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดดันโดยตรงอย่างการใช้สกิลใส่เพื่อลด HP หรือทางอ้อมด้วยการยืนค้ำ ตัด ward หรือการกินครีปของ Lich โดยเฉพาะ roaming support ที่เก่งช่วงต้นเกมอย่าง Orge Magi / Night Stalker / Spirit Breaker ก็สามารถกดดันได้เป็นอย่างดีครับ

อย่างกรณีสุดยอดฮิตของโซน SEA อย่าง Shadow Fiend Mid / Injoker Mid ซึ่งไม่ค่อยเก่งในเลนช่วงต้นเกม จำเป็นต้องได้รับการดูแลจาก support เป็นกรณีพิเศษเลยครับ ถ้าเกิดว่า Shadow Fiend ดันไปเจอ Viper แล้วไม่มี Support ไปช่วยนี่ในระดับฝืมือพอๆ กัน Viper ชนะทางโดยธรรมชาติเลยครับ แล้วสุดท้ายก็จะลงเอยด้วยการแพ้เลนของ Shadow Fiend แล้วก็มีปากเสียงกันในทีมว่า mid noob หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะทำให้ทีมแตกคอกัน -25 แน่นอนแบบนี้

แต่ถ้าเราอยากชนะใน MMR อยาก +25 จะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่ เราก็ต้องหาทางแก้ไขสู้ต่อไปครับ ไม่ว่า hero จะแย่ แต่ถ้าเราปรับ gameplay ก็จะสามารถแก้สถานการณ์ได้ครับ เพราะ Dota2 เป็น game teamplay

ในทางกลับกันถ้าเกิด support ไปช่วย ก็จะกลายเป็นว่า Shadow Fiend สามารถชนะเลนได้แล้ว Viper ก็จะฝ่อไปเลยเพราะทำ mission ตัวเองในการพังเลนฝั่งตรงข้ามไม่สำเร็จ ซึ่งนี่ละครับแค่การเปลี่ยนการเล่นเพียงนิดเดียวก็สามารถทำให้รูปเกมเปลี่ยนไปได้ (ในทางทฤษฎีนะ แต่ gameplay เป็นเรื่องที่ต้องจัดการกันเองครับ)

มี hero อะไรอีกที่รับมือ Viper ได้

Bloodseeker

อีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการชนกับ Viper ตรงๆ โดยวิธีการ counter Viper ของ Bloodseeker นั้นจะเน้นไปที่การใช้จุดเด่นจากสกิล Bloodrage ครับ

Bloodrage นั้นจะทำให้ผู้ที่ได้รับบัฟนั้นมีพลังโจมตีที่สูงขึ้น และเมื่อ last hit ได้ก็จะได้เลือดด้วย ซึ่งตรงนี้กระทบกับ Viper ยังไงบ้าง?

  • เพราะพลังโจมตีเยอะขึ้นทำให้เรา last hit / deny ได้อย่างแม่นยำ ตัดครีปของ viper ทั้งหมด
  • last hit แล้วฟื้นเลือด กดดันมายังไง เลือดก็ไม่หมด

ซึ่งด้วยจุดเด่นจากสองสกิลนี้แหละครับทำให้ Bloodseeker นั้นมีจุดเด่นอย่างมากในช่วงเลนโดยเน้นไปที่การตัดครีปของฝ่ายตรงข้ามทั้งหมดด้วยพลังโจมตีที่ ez last hit / deny

แม้ว่าจะกดดันโดยตรงไม่ได้ แต่นี่เป็นการกดดันทางอ้อมที่แสบมากๆเลยละครับ

Venomancer

มะเร็งแห่ง meta นี้นั่นเอง โดยเฉพาะสายเสางูจากสกิล Plague Ward ครับ ที่จะทำให้เราฟาร์มได้ปลอดภัยมากขึ้น ครีปนั้นจะไม่ถูกดันเข้ามา และเราสามารถสู้กดดันผ่านเสางูไม่ต้องไปเสี่ยงติดพิษจาก Corrosive Skin

Broodmother

ขุ่นแม่เป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถจัดการกับ Viper ได้ดีในเลนครับแค่ต้องหมั่นเช็คให้ดีในเลนว่าไม่มี sentry ward อยู่ broodmother midlane เป็นตัวที่สามารถชนะทางฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีสกิลประเภท wave clear ได้ดีมาก แต่อาจจะใช้ฝืมือในการเล่นสักหน่อย แต่นี่เป็นอีกทางเลือกที่จะคุมกระแสเกมช่วงต้นของ Viper ได้เป็นอย่างดีครับ เรามีลูกๆ ที่สามารถไล่ support ที่มาช่วยฝ่ายตรงข้ามได้ มีไยจาก spinweb วิ่งไว + regen HP ทำให้ Viper ไม่สามารถกดดันเราได้ตามปกติอีก

Item ของ Viper

สำหรับ Item ของ Viper หลักๆ เลยที่มักจะออกกันก็จะมี

  1. Power Treads : รองเท้าที่เหมาะกับ Viper ที่สุดครับเพราะได้ stat มาช่วยยืนค้ำให้กับทีม
  2. Ring of Aquila : แหวนพื้นฐานของสาย AGI ได้ทั้งเกราะ stat / mana regen
  3. Hurricane Pike : เสริมระยะ และทำให้คล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ศัตรูที่เข้าถึงตัวต้องเสียจังหวะ
  4. Town Portal Scroll : ไม่พกติดตัว โดนเพื่อนบ่นแน่ และอาจโดน all chat blame ได้ว่า ทีมแพ้เพราะคุณไม่พก TP

นอกนั้นจะเป็นตามสถานการณ์ของ Viper ในเกมนั้นๆ ครับ ว่าเราต้องการอะไร แล้วเราเจอกับอะไร ต้องการเพิ่ม damage หรือความถึก แต่ไอเทมตามสถานการณ์ที่เห็นกันบ่อยๆก็จะเป็น

Maelstrom : เสริม damage ให้กับ teamfight / ฟาร์มได้ไวขึ้น และที่สำคัญที่สุด….. ใช้กันบ้านตอน barrack แตก

Viper เป็น Hero ที่เล่นง่ายไม่ยาก เก่งในตัวเอง อย่าลืมลองเล่น Viper แล้วเอาไป Boost MMR กันครับ เข้าเกมแล้วพิมบอกเลย I’m Viper Mid 2 tango ty

ขอให้ +25 จงสถิตแก่ทุกคนที่อ่านจนจบ

 

source :

dota2.gamepedia.com